วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ปลาที่น่ากลัว 3

                                                  Basking Shark

                         

                                                         
 
ฉลามบาสกิ้น ความจริงยังมีฉลามอีกมากควรติดอันดับ เช่นฉลามยักษ์เมกาโลดอน (Megalodon Sharkหรือฉลามเมกาเมาทธ์ (MegaMouth ) แต่ดูเหมือนว่าฉลามบาสกิ้นจะดูโดดเด่นที่สุดในอันดับของเรา โดยฉลามชนิดนี้เป็นยักษ์ใหญ่ผู้ใจดีแห่งท้องทะเลใหญ่เป็นอันดับสองรองจากฉลามวาฬยาวประมาณ 12.27 เมตร หนักกว่า 19 ตัน มีรายงานการพบปลาขนาดใหญ่ที่นอร์เวย์วัดได้ยาว 12 เมตร มีปากขนาดใหญ่
แต่กินแพลงตอนเป็นอาหารโดยปากของมันจะเหมือนตัวกรองที่สามารถดูดน้ำเข้าปากได้ 2000 ตันต่อชั่วโมง พบในมหาสมุทรที่น้ำเย็นทั่วโลก แต่เนื่องจากมันเชื่อมช้าทำให้ มันมักติดมากับอวดของชาวประมงอยู่บ่อยๆ อีกทั้งมันยังถูกล่าในเชิงพาณิชย์อีกด้วยทำให้มันเริ่มหายาก (ครีบ กระดูกอ่อนยาจีน เนื้อดิบญี่ปุ่น) ทำให้กลายเป็นสัตว์สงวนห้ามล่า
 
                                                      Lamprey

                      
ปลาแลมเพรย์เป็นปลาไหลชนิดหนึ่ง ลำตัวด้านหลังมักจะเป็นสีดำ มีครีบหลังและครีบหาง แต่ไม่มีครีบคู่ ไม่มีเกล็ด ปากจะอยู่ค่อนลงมาทางด้านท้อง มีลักษณะคล้ายแว่นใช้สำหรับดูด ปากกลมซึ่งไม่จำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ขึ้นมาบังคับขากรรไกรให้อ้าและหุบแบบปัจจุบัน พวกมันต้องการเพียงปากที่มีตะขอสำหรับเกาะเหยื่อเพื่อดูดเลือดสัตว์อื่นเป็นอาหาร และดำรงชีพเป็นปรสิตเมื่อดูดเลือดของเหยื่อจนตัวเหยื่อแห้งก็จะปล่อยแล้วหาเหยื่อใหม่ (แลมเพรย์มีหลายชนิด บางชนิดไม่จำเป็นต้องดำรงแบบปรสิต)
                               
                      

แลมป์เพรย์ มีทั้งในน้ำจืดและน้ำทะเล และมีกระจายอยู่ทั่วโลก คือ อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป      อาฟริกาตะวันตก ญี่ปุ่น ชิลี นิวซีแลนด์ และ ทาสเมเนีย

                                                   Goblin Shark 

          
ฉลามก็อบบลิน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mitsukurina Owstoni (ตามชื่อเรือประมงที่ค้นพบ) เป็นปลาฉลามที่หายากและข้อมูลของมันมีน้อยมาก มันอาศัยในแถบมหาสมุทรแปซิฟิคตอนใต้ ไล่ไปจนถึงมหาสมุทรแอตแลนติคและมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ พบครั้งแรกที่ประเทศ ญี่ปุ่น รูปร่างลักษณะของมันก็เหมือนฉลามธรรมดาผิวสีเทา มีหาง มีครีบ แต่จะมีครีบที่ค่อนข้างมากอยู่สักหน่อย และส่วนที่เห็นได้ชัดเลยว่าแตกต่างไปจากฉลามตัวอื่น คือ เป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากหน้าผากมัน หรือก็คือจมูกที่มีลักษณะแบนราบซึ่งจะ เป็นตัวช่วยให้ฉลามก็อบบลิน  หาเหยื่อได้ โดยจะมีอวัยวะที่ทำงานคล้ายเซนเซอร์ไฟฟ้าอยู่ข้างในจมูกของมัน คอยส่งสัญญาณให้ฉลามก็อบบลิน รู้ว่าเหยื่ออยู่ที่ไหน ระยะทางเท่าไหร่ แต่บางทีมันก็ใช้การดมกลิ่นแทน ส่วนขนาด ความยาวทั้งตัวตั้งแต่หัวถึงหางของฉลามก็อบบลินก็ยาวประมาณ 11-15 ฟุตหรือ 3.3 -4.5 เมตร
ปัจจุบันไม่มีรายงานการโจมตีของฉลามชนิดนี้เลยเนื่องจากมันหายากและอยู่ในน้ำลึก  ส่วนสาเหตุที่หายากและใกล้สูญพันธุ์เนื่องมาจากใต้ทะเลนั้นมืดมิด โอกาสที่จะได้เจอ คู่ของมันนั้นยากมาก ทำให้ไม่มีโอกาสผสมพันธ์กัน

ปลาที่น่ากลัว 2

                                                 Goliath Tigerfish
                     
                                            

          ปลา Tiger Fish เป็นปลาน้ำจืดกลุ่ม Characin(กลุ่มเดียวกับ ปิรันย่า) ที่มีขนาดใหญ่ มักอาศัยใน แม่น้ำ Lualaba และทะเลสาบ Tanganyika ประเทศคองโก ขนาดใหญ่สุด มี น้ำหนักถึง 80ปอนด์ ที่เรียกว่า “ปลาเสือ” ก็เพราะ ก็อันเนื่องมาจากข้อมูลพฤติกรรม ของมันที่เป็นนักล่ามาแต่กำเนิด บวกกับเขี้ยวของมันและด้วยรูปร่างของมันคล้าย ตอร์ปิโด คือมีรูปร่างที่เพรียว ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วทำให้ได้เปรียบ ในการค้นหาและล่าเหยื่อ ลักษณะของเกล็ดมีขนาดใหญ่ มีสีเงินวาว และที่ตัวเกล็ดจะ มีจุดสีเข้ม ด้วยเหตุนี้ทำให้เห็นเป็นลายพาดตามยาวไปตามแนวข้างลำตัวเหนือเส้น ข้างลำตัว ทำให้มองดูคล้ายลายของเสือลายพาดกลอน
      
                    
                                                            
                  
นอกจากนี้มันยังมีนิสัยก้าวร้าวมาก เป็นหนึ่งในนักล่าที่น่าหวาดกลัวที่สุดในแหล่งน้ำจืด เท่าที่รู้จักกันมา สัตว์ใดก็ตามที่ตกเป็นเหยื่อของมันก็ยากที่จะมีชีวิตรอดอยู่ได้ เมื่อตก เป็นเหยื่อ มันจะใช้การกัด เพราะมันมีฟันที่แหลมคมราวกับมีด อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อ ขากรรไกรที่แข็งแกร่งและทรงพลัง สำหรับพวกมันแล้วมันล่าได้ทั้งที่มีขนาดเท่ากับ ตัวมันหรือแม้แต่ที่ สัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมัน ส่วนมันเคยทำร้ายมนุษย์หรือเปล่านั้น ไม่เคยมีรายงาน ปลาชนิดนี้แม้ดูจะน่ากลัวก็จริง แต่มันไม่ได้จัดเป็นปลาสงวนตามสนธิสัญญาอะไรทั้งสิ้น และเป็นปลาที่นักตกปลานิยมตกมากที่สุด เนื่องจากมีพละกำลังมากเหมาะในการท้าทายในการตกอย่างยิ่ง
                                              cookiecutter  shark
                      
ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ หรือ cigar shark ชื่อออกน่ารัก แต่นิสัยมันไม่น่ารักเลยนะครับ มันเป็นปลาฉลามอีกพันธุ์ที่หายาก อาศัยน้ำลึก 500 ฟุต มีขนาดเล็กขนาดเท่าซิการ์ เท่านั้น แต่พิษสงมันเหลือร้ายทำให้มันล่าเหยื่อขนาดใหญ่อย่างวาฬและโลมาเป็น อาหารได้สบายๆ โดยฉลามคุกกี้คัตเตอร์นั้นมีเทคนิคซุ่มโจมตีที่ใช้ประโยชน์จากการเรืองแสงในตัวเหมือนกับผี เป็นกับดักล่อฝูงทูน่าครีบเหลืองให้พุ่งตรงเข้ามา และเมื่อ มันจู่โจมมันตะปบกัดและบิดตัวกัดเอาเนื้อออกไปเป็นก้อนกลมเหมือนลูกกอล์ฟเหมือนขนมคุกกี้ 
                                                แฮคฟีช (Hagfish)
                      
แฮคฟีช (hagfish) รูปร่างเหมือนทากหรือปลิงแต่ความจริงแล้วเป็นปลา เป็นปลา ไม่มีขากรรไกรที่อาศัยอยู่ในทะเล โดยการกินปลาตาย หรือใกล้ตายรวมทั้งสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีลำตัวอ่อนนุ่ม กลุ่มหนอนปล้อง มอลลัสและครัสเตเชียน ดังนั้น แฮคพีช จึงไม่เป็นปาราสิต และไม่ได้เป็นสัตว์ล่าเหยื่อ แต่ค่อนมาทางกินซากสัตว์ มากว่า แฮคฟีชมีประมาณ 32 ชนิด ชนิดที่รู้จักกันดีในอเมริกาเหนือ ในมหาสมุทรแอตแลนติก
แฮคฟีชกินปลาตายหรือปลาใกล้ตายโดยการ กัดไชเข้าไปทางทวารหรือถุงเหงือก แล้วกินส่วนของตัวปลาที่อ่อนนุ่มเหลือไว้แต่หนังและกระดูก นอกจากนี้แอคฟีชยังกิน ปลาที่ตำแหอวนลอยอยู่ ทำความเสียหายให้แก่ชาวประมง แต่หลังจากมีการประมง โดยใช้อวนลากขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูง ปัญหาที่เกิดจากแฮคฟีชจึงลดลง
                           
แฮคฟีชมีต่อมเหมือกทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่กระจายอยู่ที่ผิวหนัง และมีต่อมเหมือนเรียงตัวเป็นแนวอยู่ทางด้านข้างตลอดความยาวของลำตัว มีคำกล่าวว่าแฮคฟีช1 ตัว สามารถทำให้น้ำ 1 ถัง แปรสภาพเป็นก้อนวุ้นสีขาวภายใน 1 นาที
นอกจากนี้ แฮคฟีช ยังเป็นอาหารอร่อยอีกด้วยที่เกาหลีจะนำปลาชนิดนี้มาหมักกับพริกเอาไปย่างหรือเอาผัดเรียกว่าBokkeumKkomjangeo
 
                                                               
                            
 

ปลาที่น่ากลัว 1


                                                    Great white shark

                      

ฉลามขาวยังคงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ยังคงหวาดกลัวมันจนถึงปัจจุบัน   เนื่องจากเราสามารถพบเห็นมันตามแถบทะเลชายฝั่งเกือบทั่วทุกมุมโลก ด้วยขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ และมีความยาวประมาณ 6 เมตร น้ำหนักประมาณ 2250 กิโลกรัม (กินเนสบุ๊ค ออฟ เวิลด์เรคคอร์ด (Guinness Book of World Records) ได้บันทึก ปลาฉลามขาวที่ตัวใหญ่ที่สุดไว้ได้ 2 ตัวซึ่งตัวหนึ่งยาว 11 เมตรจับได้ที่ทางตอนใต้ ของประเทศออสเตรเลีย ใกล้กับพอท แฟร์รี่ (Port Fairy) ในปี 1870 และอีกตัวหนึ่ง ยาว 11.3 เมตร ติดอวนชาวประมงที่เมือง New Brunswick ประเทศ แคนาดา ในปี 1930) ทำให้ปลาฉลามขาวเป็นปลานักล่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก   เป็นสิ่งมีชีวิตปีชี่ส์เดียวในสกุล Carcharodon ที่ยังเหลืออยู่
ปลาฉลามขาวเป็นสัตว์กินเนื้อ เหยื่อที่มันเลือกจะล่ามีปลา (รวมทั้งปลากระเบนและ ฉลามที่ตัวเล็กกว่า) ปลาโลมา แมวน้ำ สิงโตทะเล เต่าทะเล และเต่าตะหนุ ทั้งยังมีชื่อ ในเรื่องกินไม่เลือก แม้กระทั่งของที่กินไม่ได้อย่างกระป๋อง ทุ่มลอยน้ำ และฉลามขาว มีจมูกที่ไวต่อกลิ่นเลือดเป็นอย่างมาก เพราะฉลามขาวสามารถได้กลิ่นเลือดเพียง 1 หยดที่อยู่ไกลออกไปถึง 3 กิโลเมตร
           ส่วนเรื่องของปลาฉลามขาวจู่โจมมนุษย์ เป็นที่รู้จักกันมากผ่านทางภาพยนตร์ อย่าง เช่นเรื่อง จอร์ (Jaws) ผลงานของสตีเว่น สปิวเบอร์ก (Steven Spielberg) แสดงให้ เห็นถึงภาพฉลามที่โหดร้าย กินคน และเป็นอันตรายอย่างยิ่งกับมนุษย์ ให้ฝังในใจของ ผู้ชม อย่างไรก็ตาม จากรายงานพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากถูกปลาฉลาม ขาวจู่โจมในรอบ 100 ปี มีน้อยกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่ถูกสุนัขกัดเสียอีก

                                                                Frilled shark 

               
                  

Frilled shark เป็นฉลามในสกุล Chlamydoselachus มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์    ว่า Chlamydoselachus anguineus เดิมคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่มีรายงานพบใน หลายพื้นที่ รวมถึงในเขตน่านน้ำญี่ปุ่น ทำให้กลายเป็น “ฟอสซิลมีชีวิต”   อีกชนิดหนึ่ง ที่ยังคงมีชีวิตเหลือรอดในยุคครีเทเชียส จนกระทั่งปัจจุบัน ช่วงศตวรรษที่ 19 ล่าสุด ในเดือนมกราคมปี 2007 ชาวประมงญี่ปุ่นพบตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ในเขตน้ำตื้นนอกชายฝั่งใกล้สวนน้ำอะวาชิมาในเมืองชิสึโอกาทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว   ก่อนตายในเวลาต่อมา นอกนี้มันน่าจะกระจายไปทั่วโลก ในน้ำลึกตั้งแต่ระดับ 400-4,200 ฟุต ทำให้เป็นฉลามที่หายาก พบมากในเขตใกล้นอร์เวย์ แอฟริกาใต้  นิวซีแลนด์ และชิลี (สำหรับตัวที่พบที่ญี่ปุ่นเชื่อว่าอาจขึ้นมาเหนือน้ำเพราะป่วยหรือ อ่อนแอ ผลจากน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น)
หน้าตาของฉลามชนิดนี้แตกต่างจากฉลามที่เรารู้จักกันทั่วไป เพราะคล้ายกับปลาไหล สีน้ำตาลหรือสีเทามากกว่า แต่การมีช่องเหงือก 6 คู่ เป็นจุดที่ยืนยันว่ามันคือฉลาม   ตัวเต็มวัยยาวได้ถึง 6.5 ฟุต ส่วนตัวที่พบล่าสุดยาว 5.3 ฟุต และเป็นไปได้ว่ามันมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยดึกดำบรรพ์น้อยมาก มีฟันแตกเป็นดอกแหลม 3 แฉก คาดว่าเป็นนักล่าที่น่ากลัวตัวหนึ่ง แต่ไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์

                                                          
                                                              Wolf Fish  

                            

          Sea wolf ปลาหมาป่าหรือหมาป่าทะเล (นอกจากนี้ยังมีหลายชื่อเช่น Atlantic catfish, ocean catfish, wolf eel )เป็นปลาทะเลขนาดใหญ่จำพวก Anarhichas เป็นปลาโบราณ อีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในโลกเมื่อ 50 ล้านปีมาแล้ว บางชนิดอยู่ในเขตร้อนในน้ำจืด แต่พวกมันชอบอยู่ในน้ำเย็นมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ มากกว่า  โดยมักอาศัยหลบซ่อนตามโขดหินปลาหมาป่าเป็นปลาที่มีหัวค่อนข้างใหญ่ มีปากขนาดใหญ่และฟัน แหลมคม ฟันนี้ใช้สำหรับแทะเพื่อกินเม่นทะเลเป็นอาหาร (สัตว์น้ำจำพวกที่มีเปลือก เป็นอาหารหลักของมัน) พวกมันสามารถมีขนาดใหญ่ถึง 20 กิโลกรัม และสามารถยาว ถึง 150 เซนติเมตร ผิวมีสีน้ำเงินเข้มแต่พอขึ้นจากน้ำดันเป็นสีน้ำตาลซะงัน นั้นคือ ข้อมูลเล็กๆน้อยทางชีวะของมัน ที่สำคัญปลาหมาป่านั้นมีรสชาติอร่อยมาก มนุษย์ชอบ จับมันเป็นอาหารในจำนวนมากๆ แต่คงต้องระมัดระวังมากหน่อยละเกี่ยวกับฟันของมัน ลองได้กัดผิวนุ่มๆ ของมนุษย์ละก็เป็นอันไม่ปล่อย

ปลาน้ำลึก 2

                                           ปลาปีศาจ ครีบพัด ( Fanfin Seadevil )

                                                            
             
ปลาปีศาจ ครีบพัด ( Fanfin Seadevil ) หรือ Caulophryne jordani เป็น ปลาน้ำลึก ในตระกูล Anglerfish ปลาปลาปีศาจ ครีบพัด ( Fanfin Seadevil ) มีสี่งที่แปลก และโดดเด่นกว่า ปลาในตระกูล Anglerfish ทั่วไปคือ พวกมันไม่มีหงอนเรืองแสงบนหัว ที่ใช้สำหรับล่อเหยื่อในที่มืด และทั่วทั้งร่างมีครีบยาว คล้ายพัด
เช่นเดียวกับปลาในตระกูล Anglerfish
เพศผู้มีขนาดเล็กกว่ามากเพศเมีย เพศผู้เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดเพียง 0.5 นิ้ว ( 1.27 เซนติเมตร ) ส่วนเพศเมียจะมีขนาดใหญ่ได้ถึง 10 นิ้ว ( 25 เซนติเมตร ความยาวไม่รวมหนวด) การที่เพศผู้มีขนาดเล็ก และเพศเมีย มีขนาดใหญ่นั้นเกิดจากอุปนิสัยที่ ตัวผู้พบ ตัวเมีย ตัวผู้จะเกาะติดตัวเมียด้วยปาก ทำตัวเหมือนกาฝาก โดยดูดเลือดของตัวเมียเป็นอาหาร จนกระทั้ง

                                                         ปลาพญานาถ ( Oarfish)
                            
                                            ปลาพญานาถ
                                                                                        
ปลาพญานาถ ( Oarfish ) ที่จริงคือปลา ออร์ฟิซ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตำนานพญานาถใดๆทั้งสิ้น และเป็นปลาทะเล อยู่ในออร์เดอร์ ( Order ) Lampriformes อยู่ในแฟมิลี่ ( Family ) Regalecidae เป็น ปลาน้ำลึก พบได้ในน่านน้ำเขตร้อน ปลาออร์ฟิซเป็นปลาตัวแบนยาว ขนาดใหญ่ มีสีเงิน มีครีบหลังยาวตั้งแต่หัวจรดหาง โดยเฉพาะด้านหน้าจะยาวเป็นพิเศษ ปลาออร์ฟิซ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่บันทึกไว้ใน Guinness Book of World Records มีความยาวถึง 11 เมตร
ออร์ฟิซ มาจากความเชื่อทีว่า ปลาถูกแรงดันน้ำอันมหาศาล อัดจนร่างกายแบนยาว

                                               
                              Ocean Sunfish ปลาพระอาทิตย์   หรือ ปลาโมล่า


                                          

                 Ocean Sunfish ปลาพระอาทิตย์   หรือ ปลาโมล่า โมล่า เป็นที่น่าประหลาดใจว่า ปลาโมล่า โมล่า สามารถผลิตไข่ขนาดเล็กได้มากถึง 300 ล้านฟองต่อครั้ง   ซึ่งถือว่า เป็น สัตว์ที่ออกไข่ มากที่สุดในโลก โดยปลาโมล่าตัวเมียจะปล่อยไข่ที่สามารถลอยได้ ออกมา ส่วนปลาโมล่า โมล่า ตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อออกมาผสมพันธุ์ในน้ำ

                                              
                                Megamouth Sharks

                        


Megamouth Sharksมีลักษณะเด่นที่ปากคล้ายกับฉลามวาฬที่มีปากใหญ่กว้างกินแพลงตอนกับแมงกะพรุนเป็นอาหาร มีความยาว18ฟุตและหนักถึง205 ตัน ฉลามชนิดนี้เป็นพันธุ์ที่หายากมาก

ปลาน้ำลึก 1

                                        
                                        ปลาหัวใส ( barreleye fish )

                               ปลาหัวใส

                          ด้วยหัวปลาพันธ์นี้ที่คล้ายกับ ส่วนช่องคนขับเครื่องบินรบ ( fighter-plane cockpit ) ปลาบาร์เริลอายแปซิฟิก (Pacific barreleye fish) หรือ (Macropinna microstoma)เป็น ปลาน้ำลึก ที่ถูกค้นพบอาศัยอยู่ในน้ำลึกมากกว่า 2000 ฟุต ( 600 เมตร ) บริเวณเขตน่านน้ำ แคริฟอร์เนียกลาง ( California's central coast ) โดย Monterey Bay Aquarium Research Institute (MBARI) ซึ่งมันเป็นการค้นพบสายพันธ์ใหม่ของปลาที่มี หัวเป็นโดมโปร่งใสปลาบาร์เริลอายแปซิฟิก (Pacific barreleye) มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 6 นิ้ว ( 15 เซ็นติเมตร ) บริเวณส่วนหน้าที่เห็น 2 จุดเล็กนั้นไม่ใช่ ตาแต่เป็น อวัยวะรับกลิ่น และที่เห็นเป็นโดมสีเขียวนั้นคือตัวกรองแสงอาทิตย์จากด้านบน และมีดวงตาเป็นจุดเล็กๆ ลางๆ เหนือรูรับกลิ่น ปลาบาร์เริลอายเป็นที่รู้จักแล้วมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1939 แต่สถาพในการค้นพบครั้งแรก ปลาได้เสียชีวิต และมีสภาพเสียหายอย่างมากจากการถูกจับได้ด้วยการลากอวน แต่รูปที่ได้เห็นชุดนี้ได้รับการบันทึกได้ในขณะมีชีวิต และมีสภาพสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552จากการศึกษาจากเครื่องมือระยะไกล และจับมาศึกษา นายคิม ( Kim Reisenbichler ) กล่าวว่า พบว่าดวงตาของปลาบาร์เริลอายแปซิฟิก นั้นสามารถโฟกัส จับภาพเหยือได้เหมือนนกนักล่าทีเดียว

             
                                      ปลาหมึกโบ้ ( Dumbo octopus )

                                               

            ปลาหมึก ดัมโบ้ เป็นปลาหมึกน้ำลึก พันธุ์ Grimpoteuthis ที่ถูกเรียกเล่นๆ ว่า ปลาหมึกดัมโบ้ " Dumbo octopus " เนื่องจากครีบที่เหมือนใบหูบนหัว (แต่ความจริง เป็นลำตัวไม่ใช่หัว) ช่างคล้ายกับ ช้างสีชมพู มีใบหูขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้ให้ช้างน้อยตัวนี้บินได้ จากการ์ตูนดังของ (Walt Disney’s) คลีบใหญ่นี้มีประโยชน์ในการช่วยว่ายน้ำ

                             
                                            ปลาบร็อบ ( Blob   fish)
                  
                                                

ปลาบร็อบ ( Blobfish ) หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ " Psychrolutes marcidus " เป็นปลาน้ำลึกที่พบในน่านน้ำ ออสเตรเลีย ( Australia ) และ แทสมาเนีย ( Tasmania ) เนื่องจากการเข้าถึงแหล่งที่อยู่อาศัยทำได้ยาก จึงไม่ค่อยมีผู้พบเห็นมากนัก
ปลาบร็อบ ( Blob fish ) ถูกพบในระดับความลึกที่มีแรงดันมากกว่าปกติ ถึง 12 เท่าทำให้ถุงลม ( ที่รู้จักกันในชื่อ " กระเพาะปลา " มีหน้าที่ เก็บกักอากาศ หรือปล่อยอากาศออกเพื่อประโยชน์ในการลอยตัว หรือดำน้ำ ) ขาดประสิทธิภาพ เพื่อที่ปลา สามารถลอยตัวได้ ปลาจึงมีเนื้อที่มีลักษณะเป็นวุ้น
                                                          






วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ปลาสวยงาม 2

                                                      
                                                               ปลาทอง


                                 

ปลาทองมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น ต่อมาถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17 และถูกนำไปเผยแพร่ในอเมริกาในศตวรรษที่ 19 ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นรู้จักผสมพันธ์ปลาทองมานานแล้วและได้ปลาทองลูกผสมที่น่าสนใจ มีสีหลากหลายตั้งแต่สีแดง สีทอง สีส้ม สีเทา สีดำและสีขาว แม้กระทั่งปลาทองสารพัดสีในตัวเดียวกัน ปลาทองมีชีวิตอยู่ตามแหล่งธรรมชาติจนกระทั่งมีชาวจีนบางคนได้จับมาเลี้ยงตามบ่อเพราะดูน่าตาสวยดี สีสันแปลกตา สร้างความเพลิดเพลินใจได้เป็นอย่างดี จึงเลี้ยงสืบต่อกันมาเรื่อย ๆ ทำให้มีการแปรผันผันแปร และพัฒนาเรื่อยมา ประกอบกับความนิยมเลี้ยงที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ปลาทองที่เลี้ยงมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปรไป เช่น แต่เดิมปลาทองจะหาอาหารตามบ่อน้ำธรรมชาติเพื่อเลี้ยงชีวิตซึ่งต้องออกเรี่ยวออกแรง ไขมันส่วนเกินก็ไม่มี หุ่นก็เพรียวลม ครั้นย้ายนิวาสสถานมาอยู่ตามบ่อเลี้ยง อาหารปลาก็ถูกนำมาเสริฟกันถึงขอบบ่อ แถมเสริฟเป็นเวลาซะด้วย ทำให้ปลาทองบางตัวพุงป่องดูอ้วนตุ้ยนุ้ยขึ้นและหากลักษณะต่างๆดังกล่าวเกิดเป็นที่ประทับใจมนุษย์หรือคนดูคนชมว่าสวย  แล้วก็จะถูกขุนขึ้นไปเรื่อยๆตามสูตร ปลาทองถูกมนุษย์เลี้ยงมาตั้งแต่อดีต ประมาณ พ.ศ. 1161-1450 หรือนับเป็นพันปีมาแล้ว ปลาทองในสภาพธรรมชาติที่ไม่ได้ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงนั้นก็ได้พัฒนาตัวเอง ทำมาหากินตามธรรมชาติสืบทอดสายพันธ์มาจนถึงปัจจุบัน ก็แทบจะเป็นคนละปลาเดียวกันกับปลาทองของวันนี้เลย เพราะเมื่อพิจารณาดูจะพบว่าปลาใน ปลาตะเพียนทั้งหลายแหล่ต่างก็อยู่ในเทือกเขาเหล่าตระกูลเดียวกันกับปลาทอง คือ FAMILY CYYPRNDAE

                                                     

                                               ปลาหางนกยูง


มีถิ่นกำเนิดทางทวีปอเมริกาใต้แถบเวเนซูเอลล่า หมู่เกาะคาริเบียนของประเทศบาร์บาโดสและในแถบลุ่มน้ำอเมซอน ในธรรมชาติอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อยที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งจนถึงน้ำไหลเรื่อยๆ ปลาตัวผู้มีขนาด 3 -5 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาด 5 -7 เซนติเมตร ปลาหางนกยูงที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม (Fancy guppies) ซึ่งเป็นปลาที่ได้รับการคัดพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์มาจากพันธุ์พื้นเมือง ( Wild guppies) ที่พบแพร่กระจายอยู่ในธรรมชาติ ลักษณะเด่นที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่ๆ คือ ลักษณะสีและลวดลายบนลำตัวและลวดลายบนครีบหางและรูปแบบของครีบหาง ซึ่งในการเรียกสายพันธุ์ต่างๆ จะถูกตั้งชื่อตามลักษณะ ดังกล่าว

            
                                      
                                                                  

ปลาสวยงาม1

                                              
                                                         ปลาหมอสี
               
ปลาหมอสีเป็นปลาน้ำจืดที่มาจากทะเลสาบ ทังกันยิกา ทะเลสาบมาลาวีและทะเลสาบวิกตอเรีย รูปร่างลักษณะคล้ายปลาหมอไทย แต่มีสีสันหลากหลายสวยงามยิ่งนัก ตามตำราระบุว่าปลาหมอชนิดนี้เป็นลัตว์น้ำเค็ม แต่เมื่อประมาณ 11-30 ล้านปีได้เกิดการแตกแยกของผิวโลก กลายเป็นทะเลสาบ ปลาทะเลนานาชนิดไถเข้าไปอยู่อาศัย โดยเฉพาะปลาหมอสีได้วิวัฒนาการมาตลอดจนมีจำนวนสกุลและชนิดมาก ดังนั้นรูปร่างและพฤติกรรมก็แตกต่างกันหลายรูปแบบด้วย

                                               
 ปัจจุบันนี้ปลาหมอสีได้ถูกมนุษย์จับมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และพัฒนาพันธุ์มากมายหลายชนิด ซึ่งประเทศไทยก็มิน้อยหน้าประเทศใด ๆ เลย เพราะว่ามีผู้เลี้ยงปลาสวยงามจำนวนมากนิยมนำปลาชนิดนี้มาเลี้ยงพร้อมกับพัฒนาพันธุ์ ผลิตลูกพันธุ์ขายให้กับผู้สนใจทั้งในและนอกประเทศ ทำเงินเข้าประเทศปีละนับสิบ ๆ ล้านบาท เช่นปลาในสกุล (Genus Nimbochromis), Genus Protomelas, Genus Aulonocara, Genus Aristochromis, Genus Copadichromis, Genus Geophagus และ Labeotropheus

                                                              ปลาการ์ตูน
                                        
                                             

ปลาการ์ตูนพบได้เฉพาะในเขตมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิกบางส่วน ในธรรมชาติปลาการ์ตูนจะอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากดอกไม้ทะเล ดังนั้นเราจะพบปลาการ์ตูนได้ก็ต่อเมื่อได้พบดอกไม้ทะเลเท่านั้น แม้ว่าดอกไม้ทะเลจะมีเข็มพิษแต่กลับไม่ทำอันตรายต่อปลาการ์ตูน ทำให้ปลาการ์ตูนอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยในดอกไม้ทะเล จากการสำรวจพบว่า ปลาการ์ตูนแต่ละชนิดจะจำเพาะเจาะจงต่อชนิดของดอกไม้ทะเลที่จะอาศัยอยู่ด้วย แต่ก็มีปลาการ์ตูนอีกหลายชนิดที่สามารถอาศัยอยู่กับดอกได้ทะเลได้หลายชนิด
                                            
                                                   

                                                  ปลาแฟนซีคาร์ป
    

ปลาแฟนซีคาร์ป (Fancy carp) หรือที่เรียกกันว่าปลาไนแฟนซี ปลาไนสี หรือปลาไนทรงเครื่อง เป็นปลาน้ำจืดในกลุ่มปลาตะเพียน (carp) ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า โคย (Koi) หรือนิชิกิกอย (Nishikigoi) เดิมทีเป็นปลาไนชนิดธรรมดา ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่พบอยู่ทุกหนทุกแห่งในโลก บริเวณที่ถือว่าเป็นแหล่งดั้งเดิมจริง ๆ ของปลาไนคือประเทศอิหร่านในปัจจุบัน ชาวจีนเป็นชนกลุ่มแรกที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับปลาไนเมื่อประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว สำหรับประเทศญี่ปุ่น ตามหลักฐานตามประวัติศาสตร์ชิ้นแรกที่มีอยู่เกี่ยวกับ Koi นั้นได้เขียนขึ้นเมื่อประมาณสองร้อยปีหลังคริสต์ศตวรรษ หลักฐานดังกล่าวได้เล่าถึงปลาชนิดนี้ว่ามีสีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน ปลาเหล่านี้ชาวญี่ปุ่นนิยมเลี้ยงไว้สำหรับดูเล่น
สำหรับประเทศไทย ได้เริ่มมีการเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์ป ซึ่งนำมาจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2493 จากนั้นก็มีผู้สั่งปลาเข้ามาเลี้ยงกันมากมายในราคาที่ค่อนข้างสูงได้มีการศึกษาและทดลองเพาะพันธุ์จนประสบความสำเร็จ ยังผลให้การสั่งเข้าปลาแฟนซีคาร์ปลดลง และปลาในประเทศที่มีคุณภาพดีได้รับความนิยมมากขึ้นจนแพร่หลายดังเช่นปัจจุบันปลาแฟนซีคาร์ปจะผสมพันธุ์และวางไข่ในฤดูกาลที่แตกต่างกันแล้วแต่สถานที่ที่ปลาอาศัยอยู่ ฤดูวางไข่ของปลาเหล่านี้ในประเทศญี่ปุ่นจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่น ส่วนในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธุ์เป็นช่วงฤดูหนาว ปลาจะไม่เจริญเติบโตและไม่สืบพันธุ์ สำหรับประเทศไทยนั้นปลาแฟนซีคาร์ปสามารถวางไข่ได้ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนซึ่งพ่อแม่ปลามีความสมบูรณ์ทางเพศเต็มที่